Home การบริหารภาษีบุคคล
ภาษีบุคคล
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Monday, 01 December 2008 11:51

สำหรับรายได้บางรายการ ผู้จ่ายรายได้อาจหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เพื่อนำส่งสรรพากรเขต ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายนี้จะถูกหักออกจากภาระภาษีที่ผู้มีเงินได้จะต้องเสีย อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายของรายได้ประเภทต่างๆ มีดังนี้

ประเภทของเงินได้

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย

1.เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน

5 – 37%

2.ค่าเช่าและรางวัล

      5%

3.ค่าเช่าเรือ

      1%

4.เงินได้จากวิชาชีพอิสระ

     3%

5.นักแสดงสาธารณะ

   - ผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย

   - ผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศ

 

    5%

 5 – 37%

6.ค่าโฆษณา

   2%

ที่มา : หนังสือวางแผนการเงินและชีวิตให้มั่งคั่งและมั่นคง หน้า 146  ผู้แต่ง Financial Services Academy

 
การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Monday, 01 December 2008 11:31

เงินได้บางประเภทไม่ต้องนำไปคำนวณรวมเป็นเงินได้พึงประเมินในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

รายรับจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ ผู้มีเงินได้ไม่ต้องรวมเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้เป็นรายได้พึงประเมิน แต่การขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อจุดประสงค์ทางการค้านั้นจะต้องบันทึกเป็นรายได้พึงประเมิน อย่างไรก็ดี ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2546 เป็นต้นไป เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยไม่ต้องนับรวมอยู่ในรายได้พึงประเมิน หากปรากฏว่าภายในเวลา 1 ปีก่อนหรือหลังวันทำสัญญาขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ผู้มีเงินได้ได้ใช้เงินดังกล่าวเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่

 

ดอกเบี้ย ผู้มีเงินได้อาจเลือกที่จะไม่รวมดอกเบี้ยรับเข้าในการคำนวณภาษีเงินได้ หากดอกเบี้ยดังกล่าวได้มีการหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 15% ตั้งแต่ต้นทาง

เงินปันผล ผู้มีเงินได้ที่พำนักในประเทศไทยที่ได้รับเงินปันผลจากบริษัทหรือกองทุนรวม ซึ่งได้มีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 10% ตั้งแต่ต้นทาง ไม่จำเป็นจะต้องระบุเงินได้ดังกล่าวไว้ในการคำนวณเงินได้พึงประเมิน แต่หากทำอย่างนั้นผู้มีเงินได้จะไม่สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ ตามหัวข้อการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ที่มา : หนังสือวางแผนการเงินและชีวิตให้มั่งคั่งและมั่นคง หน้า 144-145 ผู้แต่ง Financial Services Academy

 

 
ค่าลดหย่อน PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Friday, 28 November 2008 11:06

รายการหักค่าลดหย่อนบางส่วนที่สามารถนำมาใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีรายละเอียดพอสังเขปดังต่อไปนี้ (อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรในแต่ละปี)

ประเภทของค่าลดหย่อนจำนวน
ค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้30,000 บาทกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้หักค่าลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สำหรับห้างหุ้นส่วนแต่ละคนแต่ไม่เกิน 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนคู่สมรส30,000 บาท
ค่าลดหย่อนบุตร (อายุไม่เกิน 25 ปี และยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือชั้นอุดมศึกษา หรือเป็นผู้เยาว์ หรือศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ)15,000 บาทต่อคน (แต่ไม่เกิน 3 คน) 
ค่าลดหย่อนบิดามารดา (อายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ในความอุปการะของผู้มีเงินได้ และไม่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาท)30,000 บาทต่อคน
เบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้หรือคู่สมรสได้จ่ายไปหักได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท
เงินสะสมที่ผู้มีเงินได้หรือคู่สมรสจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหักได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหักได้ตามจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ และเมื่อรวมกับเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุน กบข. แล้วไม่เกิน 300,000 บาท
ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวหักได้ตามจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท
ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างบ้านหักได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท
ประเภทของค่าลดหย่อนจำนวน
เงินสมทบที่ผู้ประกันตนหรือคู่สมรสจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมหักได้ตามจริง
เงินบริจาคหักได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนข้างต้นแล้ว

ข้อจำกัดในการขอลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบุตรไม่เกิน 3 คนนั้น หากบุตรเกิดก่อน พ.ศ.2523 ให้หักลดหย่อนได้ทุกคน

สรรพากรอาจพิจารณาให้ผู้มีเงินได้จ่ายภาษีเพิ่มได้ภายในระยะเวลา 2 ปีและอาจนานถึง 5 ปี ในกรณีที่มีการหนีภาษีหรือขอคืนภาษี หากผู้มีเงินได้มิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี เจ้าหน้าที่สรรพากรอาจจะขอเรียกพบภายในเวลา 10 ปี หลังจากกำหนดการยื่นแบบแสดงรายการภาษี

ที่มา : หนังสือวางแผนการเงินและชีวิตให้มั่งคั่งและมั่นคง หน้า 143-144 ผู้แต่ง Financial Services Academy
 
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Wednesday, 26 November 2008 10:45

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากเงินได้ของบุคคลธรรมดาซึ่งรวมถึงคนทั่วไป ห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล ผู้ถึงแก่ความตาย และกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ไม่ว่าจะมีสัญชาติไทยหรือไม่ผู้มีเงินได้ทุกคนที่มีรายได้พึงประเมิน (assessable income) จากการทำงานในประเทศไทยหรือมีทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศต้องเสียภาษี ไม่ว่าเงินได้นั้นจะเกิดจากในหรือนอกประเทศก็ตาม โดยปกติแล้วผู้มีเงินได้จะคำนวณภาษี ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ขอคืนภาษีและชำระภาษีตามปีปฏิทิน

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Taxable Person)

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถแบ่งได้เป็น “ผู้ที่อยู่อาศัยในประเทศไทย (resident)” คือผู้ที่อยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลารวมทั้งหมดถึง 180 วันในปีภาษีใดก็ตาม ผู้อยู่อาศัยจะต้องชำระภาษีหากนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีที่เขาพำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วัน แม้ว่าเขาจะเป็นคนต่างด้าวหรือเข้าเมืองไทยโดยไม่ได้ใช้วีซ่าประเภท Immigrant Visa ก็ตาม

และ “ผู้ที่มิได้อยู่อาศัยในประเทศไทย (non-resident)” คือคนไทยหรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยอาจไม่จำเป็นต้องอยู่อาศัยติดต่อกันต่อเนื่อง แต่เมื่อรวมระยะเวลาที่อาศัยแล้วน้อยกว่า 180 วันในปีภาษีหนึ่ง แหล่งเงินได้สำหรับบุคคลกลุ่มนี้ที่จะใช้ในการคำนวณภาษีจะจำกัดอยู่เพียงเงินได้ที่มาจาก

- งานที่ทำในประเทศไทย

- กิจการที่ทำในประเทศไทย

- กิจการของนายจ้างในประเทศไทย

- ทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย

ทั้งนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ และไม่ว่าเงินได้นั้นจะมีการนำเข้ามาในประเทศหรือไม่ก็ตาม

เงื่อนไขข้างต้นจะมีการยกเว้นสำหรับบุคคลบางประเภท เช่น เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ เจ้าหน้าที่ทางการทูต และช่างผู้ชำนาญพิเศษบางสาขาตามความตกลงระหว่างประเทศ

ที่มา : หนังสือวางแผนการเงินและชีวิตให้มั่งคั่งและมั่นคง หน้า 139-140 ผู้แต่ง Financial Services Academy
 
ตัวอย่างการคำนวณภาษีโดยทั่วๆ ไป PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Friday, 14 November 2008 09:58

นาย ก เป็นโสด ทำงานกินเงินเดือนมีรายได้ปีละ 300,000 บาท จ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพปีละ 18,000 บาท ทำประกันชีวิตไว้โดยจ่ายเบี้ยประกันปีละ 12,000 บาท บริจาคเงิน 3,000 บาท

คำนวณการเสียภาษีได้ดังนี้

รายได้ทั้งปี                                                                             300,000

หัก ค่าใช้จ่าย (40% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 60,000)                60,000

ค่าลดหย่อนส่วนตัว                                                                 30,000

ค่าเบี้ยประกันชีวิต                                                                   12,000

เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ                                      18,000

 

เหลือ                                                                                       180,000

หัก เงินบริจาคตามที่จ่ายจริง                                                     3,000

เงินได้สุทธิก่อนเสียภาษี                                                         177,000   บาท

ต้องเสียภาษีดังนี้

- เงินได้ 100,000 บาทแรกยกเว้นภาษี

- และที่เหลือ 77,000 บาท (ที่เกินจาก 100,000 บาท) อยู่ในช่วงอัตราภาษี 10% (ระหว่าง 100,001 บาท-500,000 บาท) เสียภาษี 7,700 บาท (7,700 x 0.1)

 

ที่มา : หนังสือรู้รอบด้านแผนการเงิน หน้า 92  ผู้แต่ง ฝ่ายพัฒนาองค์กรและธุรกิจ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

 

 

Last Updated on Wednesday, 26 November 2008 11:12
 
«StartPrev12NextEnd»

Page 1 of 2
Banner